วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 4 หลักการจัดการคน (Staffing) หลักการสั่งการ (Directing)


1. ระบบการบริหารงานบุคคลมีอะไรบ้าง
หลักในการบริหารงานบุคคล แบ่งเป็น 2 ระบบคือ
     1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์
                1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบได้ทุก
                1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน
                1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ
                1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท
     2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการะคุณ
2. การจำแนกตำแหน่งมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
การจำแนกตำแหน่งมี 3 ประเภท คือ
1. จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง Position Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร เป็นต้น
2. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ Rank Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบกับชั้นยศ ใช้กับทหาร ตำรวจ
3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification จำแนกตามคุณลักษณะความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย์

3. ขั้นตอนของการวางแผนกำลังคนมีอะไรบ้าง
1. ศึกษานโยบายและแผนขององค์การ กระบวนการวางแผนกำลังคนต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้น ๆ ในอนาคต, การขยายตัวและการเจริญเติบโตขององค์การ (และคู่แข่ง), การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างองค์การ, การเปลี่ยนแปลงในแนวคิดปรัชญาการบริหารในอนาคต, บทบาทของรัฐบาล, บทบาทสหภาพแรงงาน, การแข่งขันของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ
2.                การตรวจสภาพกำลังคน ; ค้นหาอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสภาพกำลังคนที่มีอยู่ในองค์การ เช่น จำนวนตำแหน่ง อัตรากำลังคน ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ การตรวจสภาพกำลังคนอาจจะทำได้ดังต่อไปนี้
1.   การวิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง องค์การมีตำแหน่งอะไรบ้าง มีคุณสมบัติแต่ละตำแหน่งอย่างไรบ้าง
2.   การทำบัญชีรายการทักษะ ตรวจสภาพพนักงานแต่ละคนมีความสามารถ ชำนาญถนัดในด้านใดบ้าง
3.   คาดการความสูญเสียกำลังคนในอนาคต ใครจะลาออกในอนาคต ใครเกษียณอายุปีหน้าบ้าง
4.   ศึกษาความเคลื่อนไหวภายในเกี่ยวกับ การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง โยกย้าย ให้เป็นปัจจุบันตลอดเวลา

4. การวางแผนกำลังคนที่ดีทมีอะไรบ้าง
1.                ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
  1. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
  2. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จำเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
  3. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
  4. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในตำแหน่งลึกลงไปอีก
  5. การทำให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (จิ๋วแต่แจ๋ว, เล็กดีรสโต)
  6. (Job Enlargement) เล็ก ๆ มิต้าไม่ ใหญ่ ๆ มิต้าทำ
5. องค์ประกอบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
  1. ความเป็นผู้นำ ; เป็นกระบวนการของการสั่งการ และการใช้อิทธิพลต่อกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในองค์การ ให้ยอมตามเพราะยอมรับในอำนาจที่มาจาก 3 แหล่ง คือ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบทอดกันมา อำนาจจากบารมี และอำนาจตามกฎหมาย จึงก่อให้เกิดผู้นำ 3 แบบ คือ แบบประชาธิปไตย แบบเผด็จการ และแบบตามสบาย
  2. การจูงใจ ; มีความสำคัญต่อการสั่งการหรือการอำนวยการ เพราะเกี่ยวกับบุคลากรให้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องมีการจูงใจหรือกระตุ้นให้อยากทำงาน โดยอาศัยหลักธรรมชาติว่ามนุษย์ต้องการ 5 ระดับได้แก่
  3. ความต้องการขั้นพื้นฐาน คือปัจจัย 4 ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย ความต้องการทางสังคม ความต้องการมีเกียรติยศชื่อเสียง และความต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต  ดังนั้น ในการสั่งการโดยมีเทคนิคจูงใจด้วย ก่อนจะสั่งการควรขึ้นคำถามก่อนว่า พอมีเวลาหรือไม่หรือ คุณจะช่วยงานนี้ได้ไหม
3. การติดต่อสื่อสาร ; เป็นกระบวนการสำคัญช่วยให้การอำนวยการดำเนินไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพ มี 2 ลักษณะคือ สื่อสารแบบทางเดียว และสื่อสารแบบ 2 ทาง
4. องค์การและการบริหารงานบุคคล จุดมุ่งหมายของนักอำนวยการคือ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและองค์การ ซึ่งต้องการไม่เหมือนกันผู้อำนวยการจึงต้องทำให้เกิดความสมดุลกัน

6. ประเภทของการอำนวยการมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
ประเภทของการอำนวยการมี 2 ประเภท
1.                   1.  โดยวาจา
                      2. โดยลายลักษณ์อักษร

7. รูปแบบของการอำนวยการมีอะไรบ้าง
  1. คำสั่งแบบบังคับ
  2. คำสั่งแบบขอร้อง
  3. คำสั่งแบบแนะนำหรือโดยปริยาย
  4. คำสั่งแบบขอความสมัครใจ
8. การอำนวยการที่ดีมีอะไรบ้าง
1.        1.  ต้องชัดเจน
  1. ให้คำสั่งมีลักษณะแน่นอน ไม่ใช่ตามอารมณ์
  2. ถ้าผู้รับคำสั่งมีท่าทีสงสัย ให้ขจัดความสงสัยทันที
  3. ใช้นำเสียงให้เป็นประโยชน์
  4. วางสีหน้าเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง
  5. ใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพ
  6. ลดคำสั่งที่มีลักษณะ ห้าม การกระทำให้เหลือน้อยที่สุด
  7. อย่าออกคำสั่งในเวลาเดียวกัน มากเกินไป
  8. ต้องแน่ใจว่าการออกคำสั่งหลาย ๆ คำสั่ง ไม่ได้ขัดแย้งกันเอง
  9. ถ้าผู้รับปฏิบัติ ปฏิบัติไม่ได้ อย่าบันดาลโทสะ พิจารณาตนเองว่าเหตุใดคำสั่งไม่ได้ผล อย่าโยนความผิดให้ผู้รับคำสั่ง
9. ให้นิสิตอธิบายความเชื่อมโยงการบริหารงานบุคคลกับการอำนวยการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศุนย์ทรัพยากรการเรียนอย่างไร
         เป็นการทำงานที่มีระบบและกระบวนการตามขั้นตอนต่างๆเพื่อให้ความรู้และความสะดวกกับผู้ที่ศึกษาค้นคว้า

กิจกรรมที่สัปดาห์ที่ 3 เรียนรู้ในห้องเรียนออนไลน์ เรื่อง วางแผน Planning - Organizing

ศูนย์ กศน.อำเภอเชียงคำ



วิสัยทัศน์


กศน.เชียงคำ จัดและส่งเสริมการศึกษาให้กลุ่มเป้าหมายในทุกรูปแบบ อย่างทั่วถึง ประสานงานเครือข่ายโดยยึดหลักธรรมาภิบาล บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง


พันธกิจ


1.จัดการศึกษาพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบให้กับประชาชนและกลุ่มประชากรวัยแรงงานร่วมกับเครือข่ายให้ได้รับการศึกษาที่เป็นพื้นฐานเพียงพอที่จะดำเนินชีวิตหรือเพื่อการศึกษาต่อเนื่องตลอดจน นโยบายการส่งเสริมการรู้หนังสือของประชาชนในชุมชน


2.จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคลและกลุ่มบุคคลซึ่งมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่แตกต่างกันโดยมุ่งเน้นการปฏิบัติจริงที่บูรณาการกับวิถีชีวิตให้แก่บุคคล ตามความต้องการและความจำเป็นของชุมชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน


3.จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความสามารถของบุคคลเพื่อให้สามารถจัดการกับตนเองและสิ่งแวดล้อมมีทักษะชีวิตที่จำเป็นและสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข


4.จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนเป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้และทักษะจากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่หรือได้รับจากการเข้าร่วมเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมโดยใช้ชุมชนเป็นรากฐานบูรณาการความรู้และทักษะการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็งมีความเอื้ออาทรต่อกันและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน


5.ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของคนในชุมชนรวมถึงเป้าหมายชุมชนบนพื้นที่สูงและพื้นที่โครงการตามพระราชดำริฯให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตให้สามารถดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


6. จัดระบบควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย


7. จัดการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย พร้อมกับพัฒนาแหล่งเรียนรู้โดยการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการผู้เรียน ด้านการสอนภาษาต่างประเทศและคอมพิวเตอร์


8 . จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กลุ่มเป้าหมาย และพื้นที่โครงการตามพระราชดำริฯ บ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านหนองห้า โดยใช้ระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อเป็นสื่อเสริมการเรียนการรู้


เป้าหมาย


ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเชียงคำจัดการศึกษาให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายโดยยึดการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนโยบายยุทธศาสตร์ไปสู่เป้าหมายและเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอเชียงคำมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รู้จักการประกอบอาชีพเหมาะสมมีจิตสำนึกที่ดี สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุขโดยมีเป้าหมายในการจัดการศึกษา ดังนี้


1. จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษานอกระบบให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ


2. จัดการศึกษาให้แก่ประชาชนผู้รับการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้สามารถนำความรู้ไปพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตตนเองและชุมชน


3. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข


4. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนนำความรู้ไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ สามารถพึ่งพาตนเองได้


5. จัดการศึกษาให้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย และชุมชนพื้นที่โครงการตามพระราชดำ ให้มีความรู้ สามารถดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียง


6. พัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้สามารถนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการเรียนการสอนและใช้ในการบริหารจัดการในหน่วยงาน


7. จัดการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย พร้อมกับพัฒนาแหล่งเรียนรู้โดยการจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการผู้เรียน ด้านการสอนภาษาต่างประเทศและคอมพิวเตอร์


8. มีระบบการทำงานที่มีคุณภาพและสามารถตรวจสอบได้


ยุทธศาสตร์


จัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนทุกด้าน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและเครือข่าย


จัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอัตราการรู้หนังสือและคงสภาพการรู้หนังสือของประชาชนทั่วไปและประชาชนพื้นที่ห่างไกลเพื่อสร้างความมั่นคงและสนองงานพื้นที่โครงการตามพระราชดำริฯ จัดการศึกษาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาอาชีพและทักษะชีวิตให้สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริงยึดมั่นบนพื้นฐานของความพอเพียง จัดการศึกษาตามอัธยาศัยรวมถึงพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่ของชุมชนเพื่อถ่ายทอดความรู้และให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาคนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิต

แหล่งที่มา


ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเชียงคำ ประกาศจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2536 ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ชั้น 2 ของห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงคำ ตั้งอยู่พื้นที่ราชพัสดุ หมู่ที่ 4ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาโดยมีผู้บริหารสถานศึกษาตามรายนามต่อไปนี้


ที่ ชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง


1. นางสาวดวงคำ ศูนย์กลาง หัวหน้าศูนย์/ผู้อำนวยการศูนย์ฯ 6 ตุลาคม 36 – 18 พฤศจิกายน 42


2. นายวินัย ศรีติสาร ผู้อำนวยการศูนย์ ฯ ระดับ 8 18 พฤศจิกายน42 - 28 กุมภาพันธ์43


3. นางแววดาว จิตตะมาลา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ฯ 28 กุมภาพันธ์ 43- 24 ตุลาคม 43


4. นายภาณุวัฒน์ อ้อหิรัญ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ระดับ 8 24 ตุลาคม 43 - 1 สิงหาคม 46


5. นางพรรณี ใหม่ประสิทธิกุล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ระดับ 8 1 สิงหาคม 46 - 6 มิถุนายน 48


6. นางวิลาวัลย์ ไชยมงคล ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ระดับ 8 6 มิถุนายน 48 - ปัจจุบัน






ต่อมาปี 2547 ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเชียงคำ ได้ขอใช้อาคารสำนักงานศึกษาธิการเดิมและต่อเติม ปรับปรุงเป็นสำนักงานและเป็นสถานที่ติดต่อประสานงาน ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเชียงคำได้เปลี่ยนสถานภาพจากกรมการศึกษานอกโรงเรียน ในปี พ.ศ.2546 ได้เกิดการปฎิรูประบบการศึกษาไทยครั้งใหม่ส่ง


ผลให้กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ที่สุดในส่วนของกรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยให้มีฐานะเป็นสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนที่


ขึ้นตรงต่อสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยพ.ศ. 2551 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551และมีผลบังคับ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2551 ส่งผลให้สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนได้ปรับเปลี่ยนชื่อและบทบาท


เป็นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีลักษณะเป็นกรมที่ไม่เป็นนิติบุคคลตามอัธยาศัย ใช้ชื่อย่อว่า“เลขาธิการ กศน.” มีฐานะ


เป็นเป็นอธิบดี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเรียกโดยย่อว่า“ สำนักงาน กศน.จังหวัด” และมีศูนย์การศึกษานอกระบบ


และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเป็นสถานศึกษาที่ทำหน้าที่จัดการส่งเสริมการศึกษาให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ตามศักยภาพได้อย่างต่อเนื่องเป็นตลอดชีวิต


อ้างอิง http://www.cknfe.phayaonfe.com/index.php?name=page&file=page&op=atalak

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 2 พื้นฐานของการจัดการ

ความหมายการจัดการ
ความหมายการจัดการ คือกระบวนการนำทรัพยากรการบริหารมาใช้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามขั้นตอนการบริหารคือ
1.       การวางแผน ( Planning )
2.       การจัดการองค์การ ( Organizing )
3.       การชี้นำ ( Leading )
4.       การควบคุม ( Controlling )
ซึ่งจากความหมายดังกล่าวมีคำสำคัญ 3 คำ คือ กระบวนการทรัพยากรการบริหาร และวัตถุประสงค์ สามารถนำมาเขียนเป็น แผนภูมิได้ดังภาพ
กระบวนการจัดการ


 INPUT คือทรัพยากรการบริหาร ( Management resources ) อันได้แก่ 4 M’s ประกอบด้วย คน ( Man )เงิน ( Money ) วัตถุดิบ ( Material )วิธีการ / จัดการ (  Method / (Management ) ถูกนำเข้าในระบบเพื่อการประมวลผลหรือการบริการที่เติบโตและพัฒนาก้าวหน้าไปพร้อมกับอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการที่เติบโตและพัฒนาขึ้นไปอย่างรวดเร็วทำให้ทรัพยากรเพียง 4 ประการเริ่มไม่เพียงพอสำหรับเป้าหมาย จึงได้เพิ่มขึ้นอีก 2 M’s เป็น 6 M’s ได้แก่ เครื่องจักรกล ( Machine ) และ การตลาด ( Market ) ในขณะเดียวกันการทำงานที่มองเห็นถึงความสำคัญ หรือคุณค่าของจิตใจของผู้ปฏิบัติงานมีมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของคนงานมากขึ้น จึงเพิ่มขวัญและกำลังใจ
 ( Morale ) เข้าไปเป็น 7 M’s และเมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ ( Globalization )
ระบบการสื่อสารไร้พรหมแดนที่ติดต่อเชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลกทำให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วใครไม่รู้หรือไม่มีข้อมูลย่อมเสียเปรียบในเชิงธุรกิจจึงได้เพิ่ม ข้อมูลข่าวสาร ( Message ) เข้าไปในทรัพยากรกระบวนการผลิต รวมเป็น 8 M’s  ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุดตราบเท่าที่ระบบอุตสาหกรรมการผลิตการจัดจำหน่ายและการบริการยังคงพัฒนาและก้าวไปไม่หยุดยั้ง
PROCESS คือ หน้าที่หรือกิจกรรมขั้นพื้นฐานที่ผู้บริหารต้องกระทำ ในปัจจุบันยึดถือหน้าที่ 4ประการได้แก่ POLC การวางแผน ( Planning ), การจัดองค์การ ( Organizing ), การชี้นำ( Leading ) และ การควบคุม ( Controlling ) 
PROCESS คือ หน้าที่หรือกิจกรรมขั้นพื้นฐานที่ผู้บริหารต้องกระทำ ในปัจจุบันยึดถือหน้าที่ 4ประการได้แก่ POLC การวางแผน ( Planning ), การจัดองค์การ ( Organizing ), การชี้นำ( Leading ) และ การควบคุม ( Controlling ) 
OUTPUT คือเป้าหมาย ( Goals ) หรือ วัตถุประสงค์ ( Objectives ) ขององค์การ ที่นำออกมาจากกระบวนการแปรรูปในขั้นตอนที่สอง เป้าหมายขององค์การสามารถแบ่งหยาบได้เป็น 2ประเภทด้วยกัน คือ องค์การที่มีเป้าหมายที่มุ่งแสวงหากำไร ( Profit ) และองค์การที่มีเป้าหมายไม่มุ่งแสวงหากำไร  ( Non – profit ) หรืออาจแบ่งเป็นองค์การที่วัตถุประสงค์เพื่อการผลิตสินค้า กับองค์การที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการ ( Services )


โครงสร้างการบริหาร


สำนักงานเลขานุการ เป็นฝ่ายที่สนับสนุนภารกิจหลักของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ มีหน้าที่หลักในการดำเนินงานได้แก่ งานสารบรรณ การบริหารงานบุคคล จัดทำแผนและงบประมาณ อาคารสถานที่และยานพาหนะ ประชาสัมพันธ์ การเงินบัญชีและพัสดุ โดยอำนวยความสะดวกและประสานงานระหว่างสำนักหอสมุดกับหน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ  ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแก่ฝ่ายต่าง ๆ ดูแลระบบเครือข่าย จัดการฐานข้อมูล ตลอดจนแก้ไขปัญหา ที่เกิดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โปรแกรมและเครือข่าย เพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ สามารถใช้เทคโนโลยีในการดำเนินงานและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศรับผิดชอบงานดังนี้
1.วางแผนและพัฒนาระบบเทคโนโลยี ทำหน้าที่วางแผนและพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ในห้องสมุด โดยการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับการพัฒนางาน
 2.งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โปรแกรมระบบห้องสมุดอัตโนมัติ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการ การพัฒนาหรือบริหารงานห้องสมุด
3.งานฐานข้อมูล ดูแลรับผิดชอบฐานข้อมูลระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ออนไลน์ฉบับเต็ม ฐานข้อมูลปัญหาพิเศษระปริญญาตรี และฐานข้อมูลอื่น ๆ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการให้บริการสารสนเทศ รวมทั้งการพัฒนาเว็บไซต์สำนักหอสมุด
4.งานเว็บไซต์ ดูแลและพัฒนาเว็บไซต์ของสำนักหอสมุด
5.งานบริการดูแลระบบห้องสมุดอัตโนมัติให้หน่วยงานต่าง ๆทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องระบบห้องสมุดอัตโนมัติบริการการติดตั้งรวมถึงดูแลระบบห้องสมุดอัตโนมัติกับคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการที่ร้องขอ
6.งานฝึกอบรม พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแก่บุคลากรในระดับต่าง ๆ
ฝ่ายบริการสารสนเทศ  ทำหน้าที่ให้บริการยืม-คืนหนังสือ/วิทยานิพนธ์ แนะนำการใช้ห้องสมุดและบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด รวมทั้งดูแลความเรียบร้อยของชั้นหนังสือ ดังนี้
งานยืม-คืน
·       บริการยืม-คืนหนังสือ/วิทยานิพนธ์
·       บริการยืมระหว่างห้องสมุด
·       รับสมัครสมาชิกห้องสมุด
·         ตรวจสอบหนี้สินของสมาชิกห้องสมุด
·         แจ้งสื่อเกินกำหนดส่งและแจ้งวันกำหนดส่งสื่อล่วงหน้าแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย
งานส่งเสริมการใช้บริการ
·         ฝึกอบรมการใช้ห้องสมุดและฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
·         แนะนำการสืบค้นฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
·         แนะนำการใช้ห้องสมุดและบริการต่าง ๆ ของห้องสมุด
·         บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
งานบริการผู้อ่าน
·         ดูแลความเรียบร้อยของชั้นหนังสือ
·         ตรวจสอบหนังสือที่มีสภาพชำรุดและจัดส่งไปบำรุงรักษา
ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ  ทำหน้าที่คัดเลือก จัดหาหนังสือจากภายในและต่างประเทศให้สอดคล้องกับแผนการเรียนการสอน การศึกษาค้นคว้าวิจัยของมหาวิทยาลัยบูรพารวมทั้งดำเนินงานบำรุงรักษาหนังสือให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกด้วย
ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ  ทำหน้าที่วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อ ให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัยและตรงกับความต้องการ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและวิธีการต่าง ๆ มา ใช้ในการดำเนินงานสร้างฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือ และสื่อโสตทัศน์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
1.งานตรวจสอบหนังสือกับฐานข้อมูล
- รับหนังสือจากฝ่ายวางแผนฯ และนำหนังสือมาทำการตรวจสอบรายการในระบบฐานข้อมูลของสำนักหอสมุด หากรายการใดมีอยู่แล้วดำเนินการเพิ่มข้อมูลรายการ(Item) ในฐานข้อมูล
- นำหนังสือที่ไม่มีในระบบฐานข้อมูลมาตรวจสอบกับinternet
- รายการใด ไม่มีในระบบห้องสมุด จะนำส่งให้บรรณารักษ์ทำการวิเคราะห์หมวดหมู่ต่อไป
2.งานสร้างและควบคุมฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือและสื่อโสตทัศน์
- การกำหนดโครงสร้างของฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือ และสื่อโสตทัศน์
- ออกแบบหน้าจอของงานฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือ และสื่อโสตทัศน์
- ดูแลระบบฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือ และสื่อโสตทัศน์
3.งานบันทึกข้อมูล
- บันทึกข้อมูลทางบรรณานุกรมหนังสือ  วิทยานิพนธ์ และสื่อโสตทัศน์ เช่น  ชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ  สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์  ปีพิมพ์ หัวเรื่อง และข้อมูลอื่นๆ ตามรูปแบบมาตรฐานการลงรายการ US MARC ลงในระบบฐานข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือลงระบบ  Magic  Library
งานวิเคราะห์ข้อมูล
- วิเคราะห์เนื้อหาของหนังสือแต่ละรายการ และกำหนดเลขหมู่ให้ตรงกับเนื้อหาพร้อมทั้งกำหนด หัวเรื่องโดยใช้คู่มือประกอบ
- ลงรายการบรรณานุกรม และกำหนดหัวเรื่องสื่อโสตทัศน์
4.งานเตรียมหนังสือและสื่อโสตทัศน์ก่อนออกบริการ
- พิมพ์สัน ติดสัน ตามเลขเรียกหนังสือ
- ตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือกับสันหนังสือ
- พิมพ์รายชื่อหนังสือใหม่ตามใบแนะนำสั่งซื้อ ของอาจารย์ที่สั่งซื้อ
- นำหนังสือส่งฝ่ายบริการสิ่งพิมพ์ และ ฝ่ายส่งเสริมการใช้บริการ เพื่อออกให้บริการ
- นำสื่อโสตทัศน์ส่งออกให้บริการ
-ฝ่ายเอกสารและวารสาร  ดำเนินการคัดเลือก การจัดหา ตรวจรับลงทะเบียนวารสาร หนังสือพิมพ์ และจดหมายข่าว การจัดทำรายการบรรณานุกรมวารสาร การจัดทำดัชนีวารสารการจัดทำหน้าสารบัญวารสาร การจัดทำวารสารสถาบันฉบับเต็ม การเย็บเล่มวารสาร และการดูแลห้องอ่านวารสาร
-ฝ่ายโสตทัศนศึกษา  เป็นหน่วยงานหนึ่งในงานบริการการศึกษา สังกัดสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา มีหน้าที่ในการคัดเลือก จัดหา บริการยืม-คืน สื่อโสตทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์แก่สมาชิก บริการศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเอง ห้องมินิโฮมเธียเตอร์ โดยให้บริการเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ตลอดจน ให้บริการ VIDEO/CD on Demand รายการภาพยนตร์ และนิทรรศการออนไลน์บนเว็บไซต์สำนักหอสมุด

การให้บริการ
บริการยืม-คืนทรัพยากรห้องสมุด
           เป็นการให้บริการยืมและรับคืนทรัพยากรสารสนเทศ โดยระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ บริเวณเคาน์เตอร์ยืม-คืน ชั้น 2 ของสำนักหอสมุดและให้บริการตามเวลาที่ห้องสมุดเปิดบริการ ตามสิทธิการยืมของสมาชิกห้องสมุดแต่ละประเภท  ผู้มีสิทธิยืมหนังสือได้ต้องทำบัตรสมาชิกห้องสมุดโดยแสดงบัตรข้าราชการ บัตรพนักงานมหาวิทยาลัย บัตรนิสิต หรือบัตรสมาชิกห้องสมุด ทุกครั้งที่ติดต่อยืมทรัพยากร
บริการวารสารและนิตยสาร
           เป็นการให้บริการวารสารภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ  ฉบับใหม่ล่าสุดจัดเก็บในแฟ้มปกพลาสาติก ให้บริการบนชั้นวารสารใหม่ โดยเรียงตามลำดับอักษร ก-ฮ และ A-Z ใช้บริการได้ที่ ฝ่ายเอกสารและวารสาร ชั้น 4
บริการโสตทัศนศึกษา
เป็นการให้บริการให้ยืม-คืนสี่อโสตฯ ทุกประเภท ให้บริการห้องจัดฉายภาพยนตร์  ให้บริการศูนย์ศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง และให้บริการอินเตอร์เน็ต ใช้บริการได้ที่ ฝ่ายโสตทัศนศึกษา ชั้น 6
บริการยืมระหว่างห้องสมุด
           เป็นการให้บริการค้นหาและติดต่อสารสนเทศทุกประเภทที่ไม่มีในสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อนำมาให้บริการกับผู้ใช้ โดยผู้ใช้บริการขอสำเนาเอกสารจากบทความวารสาร  หนังสือ วิทยานิพนธ์ งานวิจัย หรือสารสนเทศอื่น ๆ โดยสำนักหอสมุดจะติดต่อไปยังแหล่งอื่น ๆ ที่มีสารเทศนั้น ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้บริการ ใช้บริการได้ที่ ฝ่ายบริการสารสนเทศ ชั้น 2

บริการทำบัตรสมาชิกห้องสมุด
          ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะยืมทรัพยากรสารสนเทศของสำนักหอสมุด ต้องสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุด เพื่อทำบัตรใช้ในการยืมทรัพยากรสารสนเทศ  ใช้บริการได้ที่ฝ่ายบริการสารสนเทศ ชั้น 2
บริการสำเนาบทความวารสารที่มีในสำนักหอสมุด 
          เป็นบริการพิเศษสำหรับอาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน ของมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้รับบทความที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการให้บริการจัดทำสำเนาบทความจากวารสารที่มีในสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา
บริการเสนอแนะทรัพยากรสารสนเทศเข้าห้องสมุด 
          เป็นบริการที่ให้ผู้ใช้บริการเสนอแนะสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อสารสนเทศที่น่าสนใจหรือต้องการให้สำนักหอสมุดจัดหาเข้าห้องสมุด เนื่องจากสิ่งพิมพ์นั้นใช้ในการประกอบการเรียนการสอน การทำงาน และการทำวิจัยที่สอดคล้องกับหลักสูตรหรือนโยบายของมหาวิทยาลัยบูรพา
บริการ Document Delivery Service (DDS)
          เป็นบริการยืมหนังสือ วิทยานิพนธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ให้กับอาจารย์ นักวิจัย บุคลากรในมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนด้านการเรียน การสอน การวิจัย โดยจัดส่งที่ห้องสมุดคณะฯ ผู้ใช้บริการสามารถรับหนังสือและวิทยานิพนธ์ได้ที่ห้องสมุดคณะฯ ทุกวันพุธเวลา09.30-12.00 น.
   
การดูแลรักษาทรัพยากรในสำนักหอสมุด
1.  หนังสือทุกเล่มที่รับเข้ามาใหม่ในห้องสมุดก่อนจะทำการจัดหมวดหมู่เพื่อนำส่งขึ้นชั้นให้บริการนั้น จะต้องผ่านกระบวนการคัดแยกตามประเภทของปก และประเภทของสิ่งพิมพ์กล่าวคือจะคัดแยกหนังสือออกเป็น 4  ประเภทได้แก่  หนังสือปกแข็ง หนังสือปกอ่อน และวิทยานิพนธ์ (ฉบับสำเนา)  หนังสือปกแข็งจะคัดแยกและนำส่งฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ  หนังสือปกอ่อนจะทำการเสริมปกแข็ง และวิทยานิพนธ์ฉบับสำเนาจะทำการเย็บเล่มและเข้าปกแข็ง 
2.  หนังสือที่ออกให้บริการในห้องสมุดแล้วชำรุด ส่วนงานให้บริการผู้ใช้จะรวบรวมส่งให้งานบำรุงรักษาหนังสือดำเนินการรับมาทำความสะอาดและคัดแยกประเภทการซ่อม โดยจำแนกการซ่อมออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่การซ่อมแบบสมบูรณ์ (Full repair) การซ่อมกึ่งสมบูรณ์ (Half repair) การซ่อมบางส่วน (Partial repair) และการเย็บเล่มเข้าปกแข็ง (binding) กระบวนการนี้รวมถึงการจัดทำป้ายอักษรชื่อเรื่องของหนังสือและแถบรหัสเลขเรียกหนังสือ เพื่อความสมบูรณ์ในการขึ้นชั้นให้บริการอีกครั้งหนึ่งของหนังสือด้วย
 3.  การรับหนังสือชำรุดจากส่วนให้บริการผู้ใช้จะต้องตรวจสอบเอกสารนำส่งซึ่งแนบมาให้ถูกต้องตรงกัน เมื่อมีรายการใดไม่ถูกต้องจะทำการทักท้วงและนำเอกสารส่งคืนเพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องตรงกับจำนวนและรายการหนังสือที่ได้รับจริงทุกครั้ง และเมื่องานบำรุงรักษาหนังสือดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำหนังสือส่งคืนส่วนให้บริการผู้ใช้ครบถ้วนตามจำนวนที่ได้รับ
 4.  สำหรับหนังสือที่ถูกส่งมาบำรุงรักษาไม่ว่าจะด้วยวิธีใด จะเป็นหนังสือใหม่แรกรับหรือหนังสือเก่าออกให้บริการแล้วชำรุดส่งซ่อมก็ตาม เมื่อมีผู้ใช้บริการต้องการใช้ด่วน งานบำรุงรักษาหนังสือจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงหลังจากได้รับคำร้องขอ โดยร้องขอไม่เกินเวลา 14.00 น. ของวันทำการปกติหากได้รับแจ้งหลังจากเวลานั้นผู้ใช้บริการจะได้รับหนังสือในอีก 1 วันถัดมา
 5.   วัสดุที่ใช้ในการบำรุงรักษาหนังสือจะเป็นไปด้วยความประหยัดตามวิธีการในการบำรุงรักษาแต่ละวิธีซึ่งแตกต่างกันไป โดยหากวัสดุเดิมของหนังสือยังใช้ได้จะยังคงใช้เป็นส่วนสำคัญในการบำรุงรักษา ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมการเสริมปกแข็งหรือการเข้าปกเย็บเล่มใหม่ก็ตาม

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 1 ความหมายของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้




ความหมายของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ หมายถึง ศูนย์รวมของวิชาความรู้ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ บุคคล สิ่งประดิษฐ์ วัตถุ อาคาร สถานที่ ซึ่งมีอยู่กระจัดกระจาย ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท อันเป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญาที่แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์ เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ค้นพบได้อย่างไม่รู้จบ


ตัวอย่าง 
1. ห้องสมุด 



อ้างอิง http://www.chula-alumni.com/scripts/ViewAllPublicNews.asp?ID=2357


      ห้องสมุด  คือ  สถานที่รวบรวมสรรพวิทยาการต่าง ๆ ในรูปของส่งพิมพ์  ได้แก่  หนังสือ  วารสาร  หนังสือพิมพ์  จุลสาร กฤตภาค ในรูปของต้นฉบับตัวเขียน เช่น สมุดข่อย และในรูปของโสตทัศนวัสดุและอุปกรณ์ เช่น เทป สไลด์ วิทยุ โทรทัศน์ วิดิทัศน์ ภาพ แผนที่ ลูกโลก เป็นต้น


2. ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์(ท้องฟ้าจำลอง)



ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์(ท้องฟ้าจำลอง)
      ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ตำบลศาลา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านดาราศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
ศูนย์วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์(ท้องฟ้าจำลอง) องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง แบ่งส่วนการแสดงออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. อาคารท้องฟ้าจำลอง เป็นอาคารหลังคาโดม ภายในการอาคารแบ่งส่วนการแสดงเป็น 2 ห้อง คือ
1.1 ห้องแสดงนิทรรศการวิทยาศาสตร์
1.2 ห้องการแสดงท้องฟ้าจำลอง และภาพยนตร์สามมิติ (3D)
2. อาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์(ศูนย์ OTOP) แบ่งส่วนการแสดงออกเป็น 2 ห้อง คือ
2.1 ห้องการเรียนรู้ด้วย IT (IT Learning)
2.2 ห้องการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Technology Creative Zone)
3. สิ่งแสดงวิทยาศาสตร์กลางแจ้งและสวนสุขภาพกลางแจ้ง จัดแสดงอยู่ภายนอกบริเวณอาคารท้องฟ้าจำลอง แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ 
3.1 โซนวิทยาศาสตร์กลางแจ้ง
3.2 โซนสวนสุขภาพกลางแจ้ง